[รีวิว]ทดสอบ 2020 New Ducati Panigale V2 ที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปน

0
Panigale V2

ถ้า V4 จะเร็วแรงเกินไป จนอาจจะยากในการควบคุมให้เชื่องมือสำหรับบางคน มากับ New Ducati Panigale V2 ได้เลย ขี่สนุก เร็วแรงแต่อยู่ในคอนโทรล รองรับทุกระดับการขับขี่ กะทัดรัด ระบบอิเล็กทรอนิกส์จาก V4 แต่ราคาถูกกว่า แถมดีไซน์หล่อไม่ต่างกัน สนใจไหมล่ะ

V2 สืบต่อความยิ่งใหญ่ของรถสปอร์ตเครื่องยนต์ 2 สูบ L- Twin (V-Twin) ที่คว้าแชมป์ในรายการแข่งขันระดับโลกให้ดูคาติมาอย่างยาวนาน เป็นการพัฒนาต่อเนื่องจากรุ่น 959 Panigale นอกจากดีไซน์แล้ว มีอะไรต่าง มีอะไรใหม่ ต้องอ่าน

สนามเฆเรซ (Circuito de Jerez) ประเทศสเปน สนามแข่งขันระดับโลก ที่ถูกบรรจุในตารางแข่งและซ้อมของ MotoGP และเป็นสนามที่ใช้จัดกิจกรรม Panigale V2 International Press Test ทดสอบ Ducati Panigale V2 ระดับอินเตอร์เนชั่นแนลร่วมกับสื่อมวลชนและนักทดสอบชื่อดังทั่วโลก!

ข้อมูลเหล่านี้ถูกถ่ายทอดผ่านสัญญาณ 4G เข้ามาที่หูผม และนั่นคือคำเชิญจาก Ducati Thailand ที่มอบโอกาสให้กับผมและ MotoMotion ได้เข้าร่วมกิจกรรมทดสอบรถระดับโลกครั้งนี้ ผมตอบรับอย่างไม่รีรอพร้อมๆ ความตื่นเต้นที่ถาโถมเข้ามา

แต่จริงๆ แล้วทาง Ducati Thailand เองก็ยังไม่ได้บอกชื่อกิจกรรมและรุ่นรถที่ทดสอบตามที่ผมบอกไว้ข้างต้นนั้นทันที เนื่องจากดูคาติอิตาลีเองก็ไม่ได้แจ้งรายละเอียดมาเช่นกัน มารู้จาก E-Mail เชิญอย่างเป็นทางการที่ถูกส่งต่อจากอิตาลีมาอีกทีนั่นเอง … ตอนแรกผมยังแอบลุ้นระหว่าง V2 กับ Streetfighter V4 ว่าหวยจะออกรุ่นไหนกันแน่ แต่ก็ขี่ได้หมดสดเสมอ แฮร่!

ขอเล่าต่ออีกซักหน่อย สำหรับตัวผมเองเคยได้รับเชิญจากดูคาติให้ไปทดสอบรถในระดับอินเตอร์เนชั่นแนลและระดับภูมิภาคครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ซึ่งการไปในครั้งก่อนๆ คือเมื่อสมัยที่ผมยังเป็นนักทดสอบประจำอยู่นิตยสารโมโตครอสนั่นเอง เฉพาะตระกูล Panigale อย่างเดียวก็ไล่จาก 899 Panigale ที่สนามจูไห่ ประเทศจีน , 959 Panigale ที่สนามช้าง ประเทศไทย , และ Panigale V4S ที่สนามเซปังฯ ประเทศมาเลเซีย

ปี 2018 ที่ผมไปทดสอบ Panigale V4 ที่สนามเซปังฯ ประเทศมาเลเซีย

ไม่นับรวมรุ่นอื่นๆ ที่ทดสอบนอกสนามแข่งอีกมากมาย ทั้งหมดคือความไว้ใจ ความเชื่อใจจากทั้งทาง Ducati Thailand เองและ ดูคาติ อิตาลี  ที่มีให้ในผลงานที่ผ่านๆ มา ซึ่งนอกจากความตื่นเต้นที่ผมบอกไปแล้ว นี่คือความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ในฐานนะตัวแทนสื่อมวลชนหรือนักทดสอบรถจากประเทศไทย ที่ต้องไปร่วมทดสอบรถ กับนักทดสอบระดับโลกที่เดินทางมาจากทั่วโลกมากกว่า 40 คน

ผมกับ Ducati 916 ปีแรกที่ออกมาคือ 1994 รูปนี้ผมถ่ายที่ Ducati Museum เมือง Bologna ประเทศ อิตาลี คันนี้รถแข่งของ Carl Fogarty ตัวขายรุ่นนี้ที่คุ้นตาเป็นล้อแม็ก 3 ก้าน ส่วน 5 ก้านจะเป็นตัว SPS หรือปี 97-98 ก่อนอัพเป็นรุ่น 996 และ 998

ถ้า Panigale V4 คือท็อปสุด(หมายถึงรวมๆ นะไม่แยกรุ่นย่อย) เริ่มนับตั้งแต่ช่วงยุค 90 กลางๆ ยุคยอดนิยมที่ใครก็ Wanna be! ในรุ่นใหญ่สายนี้ก็น่าจะพัฒนามาจากดูคาติรุ่น 916 , 996 , 998 ,999 , 1098 จนมาเป็น Panigale 1199 ,1299 และสุดที่ Panigale V4 ในปัจจุบัน

Panigale V2

ส่วน Panigale V2 ก็น่าจะเริ่มจาก Ducati 748 ,749, 848 จนมาเป็น 899 Panigale และ 959 Panigale สู่ Panigale V2 ในปัจจุบันเช่นกัน และในสายนี้ที่ “ดูคาติต้องให้มีอยุ่” เพราะถ้าดูจากรุ่นใหญ่กลายเป็นเครื่องยนต์ V4 ไปแล้ว ก็ต้องเก็บสปอร์ตเรพริก้าเครื่องยนต์ V2 หรือ L-Twin ไว้ในสายนี้แหล่ะ ข้อมูลส่วนนี้ทั้งหมดผมเรียงและมโนเอง ดูคาติไม่ได้บอก แต่เชื่อเถอะว่าเป็นงี้แหล่ะ ฮ่า

Panigale V2

Superquadro: The Ducati Twin-Cylinder Engine

เครื่องยนต์ Superquadro V-Twin 90° (L-Twin) ขนาด 955 ซีซี ที่ยกมาจาก 959 Panigale ใช้หัวฉีดใหม่ 2 หัวฉีดต่อ 1 สูบ พร้อมพัฒนาใหม่ผ่านมาตรฐาน Euro 5 มีการพัฒนาช่องทางการไหลเข้าของอากาศ (Air Ducts)  ไปจนถึงการระบายไอเสียด้วยท่อไอเสียใหม่ที่ออกใต้ท้องรถ ทำให้เครื่องยนต์ของ V2 มีกำลัง 155 แรงม้า ที่ 10,750 รอบ/นาที ให้แรงบิด 104 นิวตันเมตร ที่ 9,000 รอบ/นาที (959 Panigale มี 150 แรงม้า แรงบิด 102 นิวตันเมตร)

กราฟแรงม้าและแรงบิด
Electronics & Equipment ถ่ายทอดมาจาก V4

อย่างแรกเลยคือเรือนไมล์สี TFT ขนาด 4.3 นิ้วสวยๆ เลย ไฟสัญญาณต่างๆ รอบคันเป็น LED(ยกเว้นไฟหน้า) ส่วนระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยขับขี่ให้มาแน่นๆ เหมือนยกมาจาก V4 มาใส่ไว้พร้อมพัฒนาต่ออีกขั้นในชื่อ EVO2 !! ซึ่งทั้งหมดทำงานโดยการประมวลค่าต่างๆ ของ IMU (inertial measurement unit) แบบ 6 แกน มาไล่ดูกันเลยว่าดูคาติให้อะไรมาบ้าง

Panigale V2

  • Cornering ABS EVO ระบบ ABS ที่นอกจากจะใช้งานทั่วไปแล้วยังใช้งานในโค้งได้ เลือก 3 ระดับ โดยระดับ 3 ระบบ ABS จะทำงานฉับไวที่สุด เหมาะสำหรับพื้นถนนทั่วไปหรือในพื้นที่มีความลื่น ระดับ 2 สามารถใช้งานในโค้งหรือขณะรถเอียงตัวเลี้ยวทั่วไปได้ปลอดภัย ระดับ 3 เหมาะกับการใช้งานในสนามแข่งขันการเบรกหนักๆ เข้าโค้ง การเบรกรถในขณะที่มีมุมเอียงในโค้งได้ หรือเบรกเพื่อเข้าโค้งเอสหรือโค้งต่อเนื่อง สามารถช่วยแก้ไลน์หรือข้อผิดพลาดให้ผู้ขี่ได้นะ

Panigale V2

  • Ducati Traction Control EVO2 เทคโนโลยีมาจากรถ MotoGP อย่าง Ducati GP18 และ V4 ,V4R คำนวณแรงกระทำต่อล้อหลังในขณะนั้นๆ ให้เหมาะสมได้แม่นยำ ใน EVO2 มีการปรับให้การทำงานเร็วขึ้นมีความสมู้ทมากขึ้นจาก EVO เดิมถึง 25% ล้อหลังจะมีอาการน้อยลง เครื่องยนต์ตัดและถ่ายทอดกำลังลงล้อหลังได้ดีขึ้น ควบคุมได้ง่ายขึ้น รวมถึงผู้ขับขี่สามารถระดับการทำงานเองได้

Panigale V2

  • Ducati Wheelie Control EVO ช่วยป้องกันการยกล้อหน้าโดยไม่ตั้งใจเมื่อเดินคันเร่งแรงๆ ออกจากโค้งหรือจากการต่อรอบต่อเกียร์ในทางตรง
  • Ducati Quick Shift up/down EVO2 ระบบ Quick shifter ที่พัฒนาเหนือขึ้นไปจาก EVO เร็วขึ้น แม่นยำขึ้น การลดเกียร์ในรอบสูงๆ ทำได้สมู้ทมากขึ้น
  • Engine Brake Control EVO ควบคุม Engine Brake หรือแรงเบรกของเครื่องยนต์ สามารถเลือกระดับการทำงานได้ว่าจะให้มีแรงกระทำหรือแรงเบรกมากหรือน้อย

Panigale V2

Riding Mode

โหมดการขับขี่ 3 โหมด คือ Street, Sport, Race แต่ละโหมดให้กำลังม้าเต็ม 155 ตัว แต่ต่างที่การตอบสนองของ Ride by Wire และทำงานสัมพันธ์กับระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ต่างค่ากัน ตามตารางนี้เลย (สามารถปรับระดับเองได้ทุกอัน)

Panigale V2

เฟรม ช่วงล่าง

เฟรม Monocoque มีน้ำหนัก 4.2 กิโลกรัม มีการปรับจาก 959 เพื่อรับกับท่อดักอากาศ ถังน้ำมันเชื้อเพลิงใหม่ขนาด 17 ลิตร  โช้คอัพหน้าเป็น Showa Big Piston Fork (BPF) ขนาด 43 มม. ปรับได้ทุกจุด โช้คอัพหลัง Sachs ปรับได้ทุกจุดเช่นกัน โดยจากข้อมูลที่ดูคาติให้มาระบุว่ามีการโมดิฟายไฮดรอลิกใหม่ทั้งโช้คหน้าและหลัง ..อ้อ! มีกันสะบัดของ Sachs เหน็บมาให้ด้วยนะ

Panigale V2

ดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 320 มม. คาลิปเปอร์ Brembo M4.32 Monoblock 4 ลูกสูบ/ข้าง ดิสก์หลังเดี่ยวขนาด 245 มม. คาลิปเปอร์ Brembo  2 ลูกสูบ

Panigale V2

แล้วอะไรที่ต่างจาก 959 เดิมบ้าง
  • เรือนไมล์ TFT ขนาด 4.3”
  • IMU แบบ 6 แกน EVO และ EVO2 electronics package
  • แรงม้าและแรงบิดที่มากกว่าเดิม (หัวฉีดใหม่)
  • ท่อไอเสียใหม่ ปลายออกใต้ท้องรถ
  • มาตรฐานไอเสียระดับ 5 (Euro5)
  • Traction Control มีความละเอียดกว่าเดิม

Panigale V2

  • ระบบ Quick shifter up/down
  • เบาะนั่ง ท่านั่ง ถังน้ำมันเชื้อเพลิง
  • อัตราส่วนน้ำหนักรถที่ล้อหน้า 52% และล้อหลัง 48%
  • สวิงอาร์มหลังแขนเดี่ยว Single-sided swingarm
  • ช่วงล่างอัพเกรด
  • ล้อแม็ก 5 ก้าน
  • ดีไซน์ใหม่ทั้งคัน ถอดแบบมาจาก V4

Ducati Panigale V2

ขี่แล้วเป็นไง?? ใครเจอหน้าก็ถามผมแบบนี้

มาว่ากันเลยยยย ตั้งแต่วันโน้นนนน วันที่ 15 พ.ย. ที่ผมขี่ จนวันนี้ที่ผมเขียนก็ผ่านมาร่วมๆ 3 อาทิตย์นานเลย ด้วยงานและการเดินทางที่รุมเร้า แต่ผมไม่มีลืมค้าบบบ ด้วยเพราะพูด “ฟีลลิ่ง” ใส่ iphone หรืออัดคลิปสดๆ หลังจากขี่ตอนนั้นเลย (มีคลิปให้ดูคลิกสิ) สำคัญเลยที่ไม่ลืมเพราะรถเขาดี ฮ่าๆๆ เอ้า จริงๆ นะไม่ได้อวย อะไรที่ไม่ค่อยโอเคสำหรับผมก็มีบอก ตามมาๆ

Panigale V2

ท่าดี เบาะนั่งมีระยะ

เริ่มตั้งแต่คร่อมรถเลย มันเล็กแต่ก็ให้ความกระชับได้อยู่ และเป็นอะไรที่ถูกจริตกับผมพอสมควรก็เรื่องท่านั่งของรถสปอร์ตในค่ายนี้ ตั้งแต่ 899 , 959 จน V4 แล้ว คือก้มและเขย่งขี่ตามสไตล์รถสปอร์ตนั่นล่ะ แต่ไม่รู้สึกว่าเมื่อยหรือไม่รู้สึกว่าหน้าทิ่มมากเท่าไหร่ รู้สึกโอเคเลย

ที่ V2 จะเด่นกว่าใครในค่ายก็คงเป็นเบาะนั่ง กว้างอย่างรู้สึกได้ กว้างคือไม่ใช่ระยะที่ขาขวาและขาซ้ายต้องถ่างนะอันนั้นออกจะแคบกระชับดีมากๆ เลย กว้างในที่นี้คือช่วงระยะของถังน้ำมันถึงเบาะคนซ้อน เบาะของคนขี่มันยาว…เรียก “ยาว” ไม่เรียกกว้างก็ได้ สามารถปรับท่าขี่ได้อย่างอิสระมาก โดยเฉพาะในตอนขี่ไม่ว่าจะหมอบหรือจะเข้าโค้ง มีระยะให้เคลื่อนให้ยกตัวหรือ “สไลด์ตูด” สบายๆ

Panigale V2

สนามเฆเรซ Circuito de Jerez ประเทศสเปน

สนามแข่งขันระดับโลก หนึ่งในสนามแข่งขัน MotoGP ทั้งใช้แข่งขันจริงและใช้ซ้อมใช้ทดสอบรถ สนามที่ความยาว 4.4 กิโลเมตร มีโค้งซ้าย 6 โค้ง โค้งขวา 8 โค้ง ทางตรงยาวสุดที่ 607 เมตร เป็นสนามระดับโลกสนามที่ 4 (ช้าง, เซปัง, จูไห่ และ เฆเรซ) ที่ผมได้มีโอกาสมาสัมผัสแบบเต็มๆ พร้อมกับรถระดับ Top ไลน์ของโลก คือประทับใจมาก แต่ตอนนี้มาคุยเรื่อง V2 กันต่อดีกว่า

Panigale V2

ในการทดสอบกับนักทดสอบระดับโลก 30 กว่าคน ทั้งจากอเมริกา ยุโรป เว็บอะไรที่ดังๆ มาหมด หรือเอเชียเอง ทำให้ผมประหม่าเล็กน้อย แม้มีประสบการณ์อยู่พอสมควรก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้  การทดสอบแบ่งเป็น 5 Session (มี Session ให้วอร์มอัพกับ Session ถ่ายรูปแยกต่างหาก) Session ละประมาณ 20 นาที โดยโหมดขับขี่ที่ใช้ใน Session สำหรับวอร์มอัพและ Session ที่ 1 คือโหมด Sport

Panigale V2

ไม่ต้องทำความคุ้นเคยก็ขี่ได้คล่อง

วอร์มอัพคือขี่สร้างความคุ้นเคยกับสนามและตัวรถก่อน โดยเฉพาะสนามที่ไม่เคยขี่ เราจะไม่รู้เลยว่าแต่ละโค้งเกียร์อะไร ไลน์ไหน ซึ่งผมเองก็เจอปัญหากับตัวเองจนได้ ด้วยความประหม่าอย่างที่บอก ขี่มั่วไลน์สนามมาก แต่ละโค้งไปไม่เป็นเปิดคันเร่งไม่ได้เลย โดนเพื่อนนักทดสอบในกรุ๊ปแซงไปอย่างง่ายดาย  รู้สึก Fail และจิตตกไปเลย  คือการมาแบบนี้ผมเองก็คิดไปไกล เหมือนเราเป็นตัวแทนนักทดสอบไทย ทำไม “อ่อน”

Panigale V2

“แต่ในความอ่อนของผมนั้น ตัวรถ V2 ก็พาผมรอดจุดวิกฤตไปได้ตลอด ไม่ว่าจะล้นไลน์ บานโค้ง ต้องกดรถลงอีกเพิ่มเพื่อเลี้ยวเพราะยังไม่พ้นรัศมีโค้ง การเบรกอย่างแรงเพราะหวดมาแล้วมีโค้งแฮร์พินแคบๆ ดัก เรื่องการปรับตัวเข้ากับรถจึงแทบไม่ต้องปรับ ขี่ได้ทันที ขี่ง่ายมาก”

Panigale V2

หลังจากตั้งสติทำสมาธิและมาดูผังสนามใหม่หลังจบ Session แรกก็มั่นใจขึ้น Session 2 ทีมแมคคานิกของดูคาติปรับโหมดเป็น Race แล้ว ในช่วง 2-3 รอบแรกผมขี่ไม่เร็วนัก เพื่อดูสนามใหม่ หลังจากนั้นก็ “หวด” ครับ ลืมบอกว่ายางติดรถคือ Pirelli Diablo Rosso Corsa II ทางทีมแมคคานิกดูคาติมีการใช้ผ้าห่มอบยางให้พร้อมขี่ทุกคัน

Panigale V2

Panigale V2 สำแดงเดช

เร็ว แรง แต่คอนโทรลง่าย นี่อาจเป็นความเห็นสั้นๆ ในเบื้องต้น ทางตรงของสนามเฆเรซมี 2 ช่วง ในทางตรงช่วงที่ 2 หลังออกจากโค้ง 5 ด้วยความเร็วกว่า 150 ผมกดคันเร่งต่อจนถึง 235 กม./ชม. ด้วยระยะสั้นๆ เพียงครึ่งกิโลเมตร รถพุ่งออกไปอย่างเร้าใจ อย่าลืมว่าครึ่งโลนี้ต้องเผื่อระยะเบรกให้ทันก่อนเข้าโค้งด้วยนะ คันเร่งในโหมด Race ดิบและไวมาก ก่อนจะเบรกเข้าโค้ง 6 โค้งแฮร์พิน(U-Turn)แคบๆ แบบสุดพลังเช่นกัน ระบบ Quick Shift EVO2 กับ EBC EVO ทำงานได้ดีมาก

Panigale V2

ผมรวบเกียร์จากเกียร์ 6 ลงเกียร์ 2 โดยยังติดกำคลัทช์ ผมปล่อยคลัทช์ 2 ครั้งคือรวบจาก 6 ลง 4 และจาก 4 ลง 2  ท้ายรถสไลด์เสียอาการเล็กน้อย ล้อไม่ล็อคและทุกอย่างยังอยู่ในการควบคุม แต่มันยังไหล! ผมกดเบรกเต็มแรงขณะที่รถกำลังจุ่มลงไปในโค้ง เพราะกลัวล้นจนแหก แต่ก็ผ่านโค้งออกไปได้อย่างตื่นเต้น อาจด้วยเพราะระบบ Cornering ABS ที่ช่วยให้กำลึกจน Lean หรือเอียงรถได้ ทำให้ผมกล้าเพิ่มหรือใช้ความเร็วมากๆ ก่อนจะเบรกหนักๆ เข้าโค้ง ดิบและซาดิสต์ ดี หึหึ

Panigale V2

More speed & More lean angle ขี่สนุกมาก

V2 คันนี้ที่ผมชอบคือการเปิดคันเร่งทั้งในโค้งและตอนออกจากโค้ง ฟิลลิ่งเครื่อง 2 สูบถึงจะมีกำลังน้อยกว่า V4 แต่ยังให้ความเร้าใจที่ไม่ลดน้อยลงเลย ดิบและมีเสน่ห์ รวมถึงรถมีความกะทัดรัด เพรียว ทุกอย่างอยู่ในมือและหว่างขา รู้สึกได้ว่าแบนรถลงได้เรื่อยๆ จนผมต้องลองเอาศอกลงถูพื้นอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนบ้าง สนุกมาก การเปิดออกจากโค้งยิ่งมันส์ เครื่อง 2 สูบ พละกำลังที่พอดีๆ เปิดคันเร่งโหดๆ ออกจากโค้งไม่ต้องกลัวหน้าลอย (กลัวจะบานโค้งอย่างเดียว ฮ่า) รถพุ่งออกจากโค้งไปเร็วมาก

Panigale V2

ทางตรงล็อคคันเร่งเสิร์ฟเกียร์ได้เลย Quick Shift EVO2 น่าประทับใจทั้งเพิ่มและลดเกียร์ DWC EVO ช่วยให้หายห่วงว่าระหว่างลากรอบสับเพิ่มเกียร์ล้อหน้าจะไม่ลอยจนเสียความเร็วอย่างแน่นอน แต่เหมือนจะรู้สึกลอยนิดๆนะ(5-10 ซม.ได้มั้ง ฮ่า) ในโหมด Race ลากรอบใส่เกียร์ 2 ไป 3 ก็ถือว่าปกตินะ ไม่อยากลอยปรับระดับ DWC เพิ่มได้

Panigale V2

อ่อ!! ขอโม้สักนิด คือตั้งแต่ Session 2 เมื่อผมชินกับสนามเฆเรซและตัวรถแล้ว ก็ได้เวลาไล่แซงนักทดสอบต่างชาติคืนบ้างแล้วล่ะครับ ไทยแลนด์ ไทยแลนด์ ไปทดสอบรถนะ แหม ยังกะไปแข่ง แฮร่ … ที่เล่ามาทั้งหมดความปลอดภัยมาก่อนนะครับ ทุกการทดสอบของดูคาติเน้นเรื่องความปลอดภัยมากๆ ขี่ไหวแค่ไหนเอาแค่นั้นห้ามฝืน ห้ามฮูลิแกน(ขี่ยกล้อ ขี่ผาดโผน) ด้วยเพราะทางดูคาติเองมี DRE (Ducati Riding Experience) สถาบันหรือหลักสูตรขับขี่ปลอดภัยอยู่ด้วยนั่นเอง

Panigale V2

จุดเหนื่อย

แม้รถจะขี่สนุกมากๆ แต่ก็ต้องใช้แรงกายในการควบคุมพอสมควร โดยเฉพาะตอนเบรกแรงๆ เพื่อเข้าโค้ง สาเหตุจากถังน้ำมันเชื่อเพลิงใหม่ที่มีดีไซน์ “ลาด” แต่ไม่ชัน คือเบรกแรงๆ แล้วตัวจะขึ้นมาบนถังน้ำมันอยู่เรื่อย เป็นภาระของแรงแขนทั้ง 2 ข้าง ต้องมีสมาธิที่จะใช้เข่าหนีบช่วยตอนเบรก แต่ผมก็มันส์จนลืมทุกครั้งสิน่า

Mr.Alessandro Valia นักทดสอบของ Ducati เจ้าของคลิปทดสอบโหดๆ ต่างๆ แนะนำว่า ให้เบรกไกลๆ แล้วไหลเข้าไปในโค้งช่วยได้!! ครับที่เขาแนะนำนั่น เขาน่าจะเป็นคนเดียวในวันทดสอบที่ทำได้ คือพูดเองทำได้เองนั่นล่ะ ลองดูคลิป On Board (เห็นแต่เรือนไมล์) ที่เขาขี่ Panigale V2 ที่เฆเรซในการทดสอบครั้งนี้ดูครับ 1 รอบ 1.48 นาที รถเดิมๆ ซีซีน้อยกว่า ม้าน้อยกว่า แต่ช้ากว่ารถ MotoGP เพียง 10 วินาทีหน่อยๆ แค่นั้น โหดสุดๆ

Panigale V2
มีของให้อัพความแรง
Verdict สรุปเลย

ดูคาติยังไงก็ต้อง 2 สูบ แม้ว่าจะประสบความสำเร็จกับเครื่องยนต์แบบ V4 อยากมากก็ตาม ใช่และตัวผมเองก็ชอบมากเหมือนกัน แต่จุดเด่นของ V4 ในเรื่องพละกำลังความเร็วแรง ก็อาจเป็นข้อสังเกตได้โดยเฉพาะในมือใหม่ที่อาจจะยากในการจะควบคุมหรือยากที่จะใช้ให้เต็มที่ได้ในสนามแข่งขัน รวมถึงราคาค่าตัว

Ducati Panigale V2

เครื่องยนต์ V-Twin (L-Twin) ใน Panigale V2 ก็ยังคงเอกลักษณ์ความดิบที่มาพร้อมความกะทัดรัด คล่องตัว ผสานเทคโนโลยีระบบอิเล็กทรอนิกที่ทันสมัยที่สุดในโลก 2 ล้อเข้าไป จึงเป็นความลงตัวอย่างที่สุด V2 จึงเป็นรถที่ขี่สนุก ขี่ได้ทุกวัน ขี่ได้ทุกทักษะฝีมือ คือมือใหม่ก็สามารถขี่รถสปอร์ต Performance สูงๆ แบบนี้ได้ไม่ยาก แถมจะสนุกกับรถอีกด้วย

มือเก่ามือเก๋าได้มันส์แน่นอน ขี่แล้วลงจากรถยากมันอยู่ในการควบคุมมากๆ พาให้สนุกไปซะทุกอย่างเลย วันที่ผมโพสบททดสอบนี้ดูคาติเปิดตัวรถไปแล้วในงาน Motor Expo 2019 แต่ยังไม่เปิดราคาขายออกมา แต่ผมเดาว่าไม่พ้น 7.5 แสนบาท +/- นิดหน่อยไม่ต่างจาก 959 นัก กับดีไซน์และเทคโนโลยีแบบเดียวกับ V4 แต่กะทัดรัดกว่าขี่สนุกและขี่ง่ายกว่าแล้วนั้น คุ้มค่าจริงๆ เชื่อเถอะ

Panigale V2

ข้อสังเกต : ถังน้ำมันที่มีความลาด สบายเมื่อขี่ทางไกล คนมีพุงยิ่งสบาย แต่เมื่ออยู่ในแทร็กหรือในสนามแข็ง เวลาเบรกแรงๆ ตัวคนขี่คอยจะไหลขึ้นไปบนถังน้ำมันอยู่เรื่อยสิ

2020 New Ducati Panigale V2 Specification
  • ราคา …….บาท
  • เครื่องยนต์ : Superquadro V2 สูบ ทำมุม 90 องศา, ระบายความร้อนด้วยน้ำ, 4 วาล์ว/สูบ
  • ปริมาตรกระบอกสูบ : 955 cc
  • กระบอกสูบ x ช่วงชัก : 100 mm x 60.8 mm
  • อัตราส่วนกำลังอัด : 12.5:1
  • ให้กำลังสูงสุด : 155 แรงม้าที่ 10,750 รอบ/นาที  แรงบิด 104 นิวตันเมตรที่ 9,000 รอบ/นาที
  • เกียร์ 6 สปีด
  • โช้คอัพหน้า Fully adjustable 43 มม. inverted Showa BPF fork
  • โช้คอัพหลัง Fully adjustable Sachs monoshock
  • ดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 320 มม. คาลิปเปอร์ Brembo M4.32 Monoblock ขนาด 4 ลูกสูบ
  • ดิสก์เบรกหนังเดี่ยวขนาด 245 มม. คาลิปเปอร์ Brembo ขนาด 2 ลูกสูบ
  • ยางหน้าขนาด 120/70ZR17 ยางหลังขนาด 180/55ZR17
  • ฐานล้อกว้าง 1,436 มม.
  • เบาะนั่งสูง 840 มม.
  • น้ำหนักตัวรวมของเหลวพร้อมขี่ 200 กิโลกรัม (แห้งๆ ที่ 176 กิโลกรัม)

Special Thank : บริษัท ดูคาทิสติ จำกัด, Ducati Thailand

คลิปทดสอบ Ducati Panigale V2 คลิก (รอสักครู่)

ทดสอบรีวิว Ducati Scrambler คลิก

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here