[รีวิว]ทดสอบ 2019 Aprilia RSV4 1100 Factory อสูรสามตา เร็วสุด แรงสุด เบาสุด

0
2019 Aprilia RSV4 1100 Factory รถสปอร์ตเรพริก้าชั้นดี ที่มีความเร็วแรงสุดขั้ว เครื่องยนต์แบบ V4 พกม้าชั้นดีไว้ถึง 217 ตัว พรั่งพร้อมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีทันสมัยท่วมคัน เร็ว แรง พรีเมี่ยม คันแรกและคันเดียวในไทยในขณะนี้ ที่เราได้ทดสอบ 
“เร็วสุด แรงสุด เบาสุด”
เรือธงใหม่ของ Aprilia

2019 Aprilia RSV4 1100 Factory เปิดตัวให้เห็นที่ประเทศไทยครั้งแรกในงาน Motoshow 2019 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ถือเป็นโมเดลล่าสุด ท็อปสุด ของค่าย (ถ้าไม่นับตัวลิมิเต็ดอย่าง RSV4X) ด้วยสีดำด้านตลอดทั้งคันตัดด้วยชิ้นส่วนที่โชว์ลายคาร์บอนไฟเบอร์ โดดเด่นสุดๆ กับ Winglet ขนาดใหญ่แบบเดียวกับรถแข่ง MotoGP เห็นครั้งแรกผมก็ถึงกับ “ซี๊ดปาก” หลงในความงามที่แฝงด้วยความดุดัน

ใครๆ ก็ V4

เอกลักษณ์ของรถสปอร์ตพรีเมี่ยมอย่าง Aprilia RSV คือเครื่องยนต์ขนาด 1 ลิตรแบบ V4 ทำมุม 60 องศา(เดิม) ซึ่งใช้มาตั้งแต่ยังโมเดลแรกคือ RSV Mile ในปี 1998 มีรหัสต่อท้ายชื่อรุ่นแยกย่อยออกไปอีก ก่อนจะปรับโฉมครั้งใหญ่แบบ All New ในปี 2004 พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น RSV1000R  จนมาถึงรหัส RSV4 ในปี 2009 กับเครื่องยนต์แบบ V4 เช่นเดิม แต่ปรับเปลี่ยนองศาการเอียงของเสื้อสูบจาก 60 เป็น 65 องศา (จริงๆ RSV4 เปิดตัวที่มิลานตั้งแต่ปี 2008 แล้วล่ะ)

ยางติดรถมาจากโรงงาน Pirelli Diablo Supercorsa
แชมป์โลก WorldSBK

และในปี 2009 นี่แหล่ะ ที่ Aprilia ส่ง RSV4 สู่รายการการแข่งขัน WorldSBK ขี่โดย Max Biaggi เพียงปีแรก RSV4 ก็ชนะขึ้นโพลเดี้ยมได้ถึง 9 สนาม มีคะแนนสะสมเป็นอันดับ 4 ของโลก สามารถคว้าแชมป์โลก WorldSBK ได้ในปี 2010 , 2012 โดย Max Biaggi และปี 2014 คว้าแชมป์โลกโดย Sylvain Guintoli

“สามตา” เอกลักษณ์ของ RSV4 เพิ่มเติมคือ Winglet ขนาดใหญ่
มีคันเดียวในไทย ณ ขณะนี้ (ก.ค.62)

กลับมาที่ Aprilia RSV4 1100 Factory เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่งาน EICMA 2018 ประเทศอิตาลี และบินตรงมาเปิดตัวเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยในงานมอเตอร์โชว์ 2019 ช่วงต้นปีที่ผ่านมา และครั้งนี้ บริษัท เวสปิอาริโอ(ประเทศไทย) จำกัด ก็ได้จัดงานให้มีการทดสอบขึ้นเป็นครั้งแรก

โดยการทดสอบครั้งนี้กึ่งๆ เป็นทางการและไม่เป็นทางการ?? เพราะรถ Aprilia RSV4 1100 Factory คันนี้เป็นรถคันเดียวที่มีในประเทศไทย ณ ตอนนี้ และยังเป็นรถส่วนตัวของ คุณหนึ่ง-วิสุทธิ์ เตชะไพบูลย์ ผู้บริหาร บริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งรถพรีเมี่ยมระดับล้านห้าแสนบาท ยากนักที่ตอนนี้จะมีรถเดโม่ให้ทดสอบ

ครั้งนี้จึงต้องขอขอบคุณและนับถือใจผู้บริหาร เวสปิอาริโอ ที่นำรถคันแรกคันเดียวในประเทศไทย กับราคาค่าตัวสูงลิบ และเป็นรถส่วนตัวมาให้เราได้ขี่ทดสอบกันและการเปิดให้สื่อมวลชนได้ทดสอบครั้งนี้ ก็น่าจะเป็นการทดสอบ Aprilia RSV4 1100 Factory ครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียอีกด้วย (ซึ่งก่อนหน้านี้มีการทดสอบที่สนาม Mugello ประเทศอิตาลีเป็นครั้งแรกไปแล้ว)

การทดสอบจัดรวมกับกิจกรรม Burn Rubber Riding Academy & Track Days ที่สนามพีระ อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต พัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งเงื่อนไขอีกอย่างในการทดสอบครั้งนี้คือเรื่องยาง ยางที่ติดรถมาจากโรงงานจะเป็น Pirelli Diablo Supercorsa (สายฟ้า) แต่ได้รับการเปลี่ยนเป็น “ยางสลิค” ของ Michelin ด้วยเพราะเป็นสปอนเซอร์ของกิจกรรม Burn Rubber Riding Academy นั่นเอง

เครื่องยนต์ V4 65° 217 ม้า
เครื่องยนต์ V4 65° 217 ม้า รอบเครื่องปั่นสูงถึง 13,800 รอบ/นาที  

เครื่องยนต์แบบ V4 ทำมุม 65°  มีกระบอกสูบ x ช่วงชัก = 81 x 52.3 มม. (เดิมมีขนาดกระบอกสูบหรือลูกสูบที่ 78 มม.) และมีการออกแบบหัวลูกสูบใหม่ มีระบบฉีดน้ำมันเครื่องแบบเจ็ทคู่เพื่อระบายความร้อนลูกสูบ ให้กำลังอัด 13.6:1 (เท่าเดิม) ปริมาตรความจุที่ 1,078 ซีซี (เดิม 999.6 ซีซี) DOHC 4 วาล์ว/สูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ

  • ให้แรงม้าสูงสุด 217 แรงม้าที่ 13,200 รอบ/นาที (เดิม 201 แรงม้าที่ 13,000 รอบ/นาที)
  • แรงบิดสูงสุด 122 นิวตันเมตรที่ 11,000 รอบ/นาที (เดิม 115 นิวตันเมตรที่ 10,500 รอบ/นาที)

จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีด 2 หัวต่อ 1 ลูกสูบ เรือนลิ้นเร่งขนาด 48 มม. ใช้มอเตอร์ควบคุมลิ้นเร่ง 4 ตัว คอท่อไอดีทั้ง 4 สูบมีระยะเท่ากัน 2 Dynamic Air Intakes ระบบไทม์มิ่งใช้เฟืองโซ่ขับเพลาราวลิ้น ใช้ลูกถ้วยกดวาล์ว ใช้ชิมปรับระยะวาล์ว

1100 Factory น่าเกรงขาม
อัพเกรดเทคโนโลยีในเครื่องยนต์
  • ECU Magneti Marelli 7SM พร้อม Mapping ใหม่ ปั่นรอบเครื่องสูง 13,800 รอบ/นาที
  • ระบบเจ็ทคู่ช่วยฉีดน้ำมันเครื่องระบายความร้อนลูกสูบ
  • ปั้มน้ำมันเครื่องแบบคู่โทรคอยล์เพิ่มปริมาณการไหลเวียนในวงจรหล่อลื่นและระบายความร้อน
  • การควบคุมจังหวะของไอดีใหม่
  • อัตราทดเกียร์ 5 และ 6 ใหม่ ยาวขึ้น
  • ปรับเรือนลิ้นเร่งใหม่ตามหลักพลศาสตร์ ลดแรงเสียดทาน เพิ่มประสิทธิภาพการไหลของอากาศ
กันสะบัด Ohilns ซ่อนอยู่ใต้แผงคอตำแหน่งยอดนิยม และการทดสอบครั้งนี้ต้องปรับแข็งสุดกันเลยทีเดียว
ระบบอิเล็กทรอนิกส์สุดไฮเทค Ride by Wire มาแล้ว

2019 Aprilia RSV4 1100 Factory ใช้คันเร่งเป็นคันเร่งไฟฟ้า (Ride by Wire) แล้ว พร้อมกับโหมดขับขี่หรือ Mapping ได้ 3 โหมด คือ

  • Sport : คันเร่งตอบสนองไว มี Engine Brake เยอะกว่าทุกโหมด เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
  • Track : คันเร่งและกำลังเครื่องยนต์ตอบสนองสูงสุด Engine Brake น้อยลง ยังเหมาะกับการใช้งานบนถนนรวมถึงในสนามแข่งขัน
  • Race : คันเร่งและกำลังเครื่องยนต์ตอบสนองสูงสุด Engine Brake น้อยลงไปอีกในรอบกลางและสูงเมื่อเทียบกับ Track เหมาะกับการใช้ในสนามแข่งขัน

การปรับ Mapping หรือโหมดขับขี่ ทำได้หลังจากสตาร์ทเครื่องยนต์แล้ว 5 วินาที การเลือกแต่ละ Mapping หรือโหมด จะต้องกดค้าง 1.5 วินาที ถึงจะกดเลือกโหมดถัดไปได้ และโหมดที่เลือกจะทำงานก็ต่อเมื่อปิดคันเร่งสุด และเปิดคันเร่งอีกครั้ง

 

APRC พร้อม Quick Shifter ทั้ง Up และ Down

จุดเด่นของ Aprilia ที่ไม่น้อยหน้าใครคือระบบช่วยขับขี่หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ที่มาเป็นแพคเกจในชื่อ APRC (Aprilia Performance Ride Control) ซึ่งทุกระบบเข้าไปปรับตั้งได้อย่างละเอียด ประกอบไปด้วย

  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี Aprilia Traction Control (ATC)
  • โหมดป้องกันล้อหน้ายก Aprilia Wheelie Control (AWC)
  • โหมดช่วยการออกตัว Aprilia Launch Control (ALC)
  • โหมดช่วยควบคุมคันเร่ง เวลาขับขี่ทางไกล Aprilia Cruise Control (ACC)
  • โหมดควบคุมความเร็วขณะเข้าพิท Aprilia Pit Limiter (APL)
  • โหมดช่วยขณะเข้าเกียร์ Aprilia Quick Shift (AQS) ทั้ง Up และ Down ทำงานที่ 3,000 รอบ/นาที ขึ้นไป
  • โหมดจำกัดความเร็ว ซึ่งทุกโหมด สามารถกำหนดค่าและปิดการใช้งานได้อย่างอิสระ Aprilia Speed Limiter (APT)
  • ระบบเบรก ABS จาก Bosch 1 MP ปรับโหมดการเบรกได้ 3 ระดับ ตามโหมดการขับขี่แยกเป็นอิสระ พร้อมระบบลดแรงยกล้อหลัง
โหมดขับขี่(Mapping) ทำงานร่วมกับ APRC เป็นแพคเกจตามในรูปนี้

โดยทั้ง ATC, AWC และ ABS ปรับย่อยลงไปได้อีก และมีระดับการทำงานตามนี้

  • ATC ระดับ 7 – 8 เหมาะกับการใช้บนถนนที่มีการยึดเกาะต่ำ เช่นถนนเปียก
  • ABS ระดับ 3 เหมาะกับการใช้บนถนนที่มีการยึดเกาะต่ำ เช่นถนนเปียก
  • AWC ระดับ 3 เหมาะกับผู้ขับขี่ที่ไม่ต้องการแรงกระชาก (หรือทำให้ล้อหน้ายกลอย)
Winglet ขนาดใหญ่ ช่วยสร้างแรงกดหรือ Down Force ในความเร็วสูง แบบเดียวกับรถแข่ง MotoGP

เมื่อปิดระบบ AWC แต่เปิด ATC ไว้ ระบบจะยอมให้ล้อหน้ายกลอยได้สูงไม่เกิน 25 องศา และลอยจากพื้นได้ในเวลา 10 วินาที จากนั้นระบบจะลดกำลังลงให้ล้อหน้าลงสู่พื้น ดังนั้นใครจะยกล้อลากยาวก็ต้องปิดทั้ง AWC และ ATC นะ

หน้าจอ TFT ปรับแสงกลางวัน/กลางคืน อัตโนมัติ
หน้าจอ TFT & V4 MP Infotainment

เรือนไมล์ TFT ขนาด 4.3 นิ้ว เป็นมาตรฐาน ปรับตามสภาพแสงกลางวัน/กลางคืนอัตโนมัติ  มีระบบ V4-MP(Multimedia Platform) Infotainment เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านบลูทูธ 4.0 กับแอปพลิเคชั่น สามารถรับ/วางสายเรียกเข้าได้ แสดงข้อมูลสายเรียกเข้าหรือโทรออกได้ เล่นเพลงโดยการสั่งงานด้วยเสียงได้

ช่วงล่างเทพ

ช่วงล่างของรถเรือธงของค่ายแน่นอนว่าจัดเต็ม โช้คหน้าอัพไซด์ดาวน์ Ohlins NIX ขนาด 43 มม. แกนโช้คเคลือบผิวแข็ง (TIN surface treatment) ปรับได้ทุกจุด เหน็บกันสะบัด Ohlins และโช้คอัพหลังก็ Ohlins TTX ปรับได้ทุกอย่างเช่นกัน

ถ้าได้ชุดเบรกรุ่นที่สูงกว่านี้ ก็จะหล่อกว่านี้นะ

เบรกหน้า ดิสก์คู่ขนาด 330 มม. คาลิปเปอร์ Brembo Stylema ขนาด 4 ลูกสูบ ยึดแบบเรเดียลเม้าท์  ดิสก์เบรกหลังเดี่ยวขนาด 220 มม. คาลิปเปอร์ Brembo ขนาด 2 ลูกสูบ สายเบรกเป็นสายถักทั้งระบบ

ล้อ Forget อลูมิเนียมอัลลอย ล้อหน้าขนาด 3.5” x 17” นิ้ว ยาง 120/70ZR17  ล้อหลังขนาด 6” x 17” ยาง 190/55ZR17

ถังน้ำมันเชื้อเพลิงจุ 18.5 ลิตร เบาะนั่งสูง 851 มม. น้ำหนักตัวแห้งๆ ที่ 177 กิโลกรัม รวมของเหลวแล้วที่ 199 กิโลกรัม (เดิม 204 กิโลกรัม)

เก่ง MotoMotion (ซ้าย) พี่หนุ่ม Vanz Vanz (กลาง) และ พี่เก่ง Vanz Vanz(ขวา) พร้อมที่จะลงทดสอบก่อนใคร
MotoMotion ขี่เป็นสื่อฯ แรกในประเทศไทย

อย่างที่บอกในตอนต้น การทดสอบครั้งนี้รวมอยู่ในงานเรียนงานสอนและ Track Days ด้วย การจัดรอบให้สื่อมวลชนได้ทดสอบขี่จึงต้องขี่รวมกับผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมสลับกับการทดสอบแบบขี่เดี่ยวๆ อยู่ด้วย เพื่อให้ได้ขี่กันครบทุกสื่อนั่นเอง โดยทุกรอบการขี่จะมี Mr. Fausto Ricci อดีตนักแข่งระดับโลกขี่นำ และจะมีเวลา 20 นาทีต่อรอบ

พี่เก่ง VanzVanz (ซ้าย) ตัวแทน MotoMotion กำลังดู Mapping ต่างๆ ก่อนหวดเป็นคนแรก

งานนี้ผมได้ “พี่เก่ง Vanz Vanz” (ชื่อเดียวกับผมเนี่ยล่ะ) มาร่วมทดสอบในนาม MotoMotion และเนื่องด้วยเป็นอดีตนักแข่ง อีกทั้งยังเป็นเจ้าของ RSV4 ซึ่งจะคุ้นเคยเป็นอย่างดีด้วยนั่นเอง โดยรอบแรก คนแรกที่จะได้ขี่ Aprilia RSV4 1100 Factory ก็คือเรา MotoMotion และก็เป็นพี่เก่ง Vanz Vanz รับหน้าที่ “หวด” แทนผม โดยสรุปฟิลลิ่งหรืออาการของรถสั้นๆ แต่ได้ใจความตามนี้

พี่เก่ง VanzVanz พร้อมหวด ส่วนขวามือข้างๆ กันนั่น Mr. Fausto Ricci อดีตนักแข่งระดับโลกทำหน้าที่มาร์แชลนำทดสอบ

“รถเบา เร็ว แรง กว่ารุ่นเดิมชัดเจน แต่ด้วยที่ขี่เป็นคนแรก กันสะบัดที่ยังไม่ได้ปรับตั้ง ทำให้หน้ารถเบาและไวไปหน่อย น่ากลัวเมื่อต้องเข้าและออกโค้งแรงๆ และรอบแรกที่ขี่นี้ขี่ร่วมกับคนที่มาร่วมกิจกรรม ทำให้หลายๆ ครั้งติดรถช้า จะมีเสียจังหวะบ้าง”

“ในโหมด Track ที่มีระบบ APRC ร่วมทำงาน หน้ารถยังออกอาการเหินเล็กๆ ทุกครั้งที่สับเกียร์ ที่น่าประทับใจคือคันเร่งไฟฟ้าที่มีเข้ามา คือดีมาก ฉับไว เบา และอีกอันคือ Quick shifter ใช้ได้ทั้งเพิ่มและลดเกียร์ นี่ก็เบาแรง ทำงานไว จะส่งหรือลดเกียร์แม่นยำ เข้าง่ายๆ เลย สรุป รุ่นเดิมก็ดีมากอยู่แล้ว แต่ 1100 Factory ดีกว่าเดิมในทุกๆ ด้านเลย”

ผมลองบ้าง ในแบบ One Man Show กันเลย

มาถึงตาผมบ้าง อย่างแรกต้องบอกเลยว่าเบาะรถค่อนข้างสูง(มาก) ผมสูง 172 ถ้าจะวาง 2 เท้าลงพื้น ต้องเขย่งทั้ง 2 เท้า แฮนด์หมอบ ท้ายยก พักเท้าสูง ท่าหมอบขี่แบบ Racing มาเต็ม

RSV4 1100 FActory

ซึ่งจริงๆ ท่าขี่ก็ไม่ค่อยต่างจากโมเดลเดิมนัก เสียงการทำงานของเครื่องยนต์แบบ V4 ผ่านออกท่อเดิมๆ ที่ติดรถคือ Akrapovic Titanium แบบ Slip-on ดุดันแต่ไม่ดังมากนัก เสียงเครื่อง V4 นี่มีเสน่ห์จริงๆ

คันเร่งไฟฟ้าและ Quick Shifter เจ๋งจริง

โหมด Track ยังเป็นโหมดที่ใช้ทดสอบ ผมขี่ทำความคุ้นชินอยู่ไม่ถึงรอบสนาม ก็พอจะเข้าที่เข้าทางการทำความเร็วก็เริ่มขึ้น คันเร่งไฟฟ้าเบาและฉับไวมากๆ คู่ไปกับการตอบสนองของเครื่องยนต์ที่ดูเหมือนว่าจะเบาๆ นะ แต่เร็วมาก แรงมากด้วย

ระบบ Quick Shifter ทำงานน่าประทับใจมาก เข้าง่าย แม่น และนุ่ม ทุกการเพิ่มเกียร์หน้ารถจะเหินตลอด แต่ด้วยแพคเกจ APRC ที่ช่วยทำให้มั่นใจได้และความเร็วก็ไม่มีตกด้วย การลดเกียร์ก็เช่นเดียวกัน แม่นและนุ่มนวลน่าประทับใจ

220 กม./ชม.+ บนทางตรงสั้นๆ ก่อนถึงป้ายสิงห์ ของสนามพีระฯ

ผมกดคันเร่งออกจากโค้งสุดท้ายสู่ทางตรงของสนามพีระ ทุกการสับเกียร์รถจะบินตลอดพลันสายตาเหลือบไปเห็นที่เรือนไมล์ความเร็วก็ถึง 220 กม./ชม. ซะแล้ว ด้วยระยะทางเพียงสั้นๆ ยังไม่ลอดป้ายสิงห์ ยังไม่ถึงจุดเบรกจุดยกคันเร่งของผมด้วยซ้ำ แต่เป็นความเร็วที่เราคนขี่ไม่ค่อยรู้สึกว่ามันเร็ว นั่นบอกถึงช่วงล่างและพละกำลังของรถที่พา “วาร์ป” ไปจุดสุดยอดได้ง่ายๆ นั่นเอง  และแน่นอนถ้าจะเร็วแรงขนาดนี้ มันกินแรงในการขี่พอสมควร

จากประสบการณ์ที่เคยขี่รถสปอร์ตตัวพันในสนามพีระฯ ผมจำได้ว่าความเร็วขนาดนี้ต้องลอดป้ายสิงห์ไปแล้ว และแทบจะเลยจุดเบรกแล้วด้วย บางทีต้องกลั้นใจ ถึงจะเห็นความเร็วขนาดนี้ แต่สำหรับ RSV4 1100 Factory มาให้เห็นง่ายๆ เลย เร็ว แรง นรกแตกจริงๆ  (ถ้าคลิปทดสอบเสร็จ จะมีให้เห็นในคลิปครับ รอคลิปกันก่อน)

ก่อนจะถึงจุดเบรกของผม รถน่าจะวิ่งทะลุ 230 กม./ชม.ได้สบายๆ แต่ Mr. Fausto Ricci ผู้นำทดสอบก็ได้เบรกได้ยกคันเร่งก่อน เพื่อให้เรายกและเบรกตาม เน้นความปลอดภัยเป็นหลักนั่นเอง ดีครับถ้าเร็วกว่านี้แล้วลงไปหาโค้งหนึ่ง ผม “เหวอ” แน่ๆ ถึงใจอยากจะลองก็เถอะ ฮ่า

RSV4 1100 FActory

ช่วงล่างแทบไม่ต้องพูดถึง รองรับการทดสอบขับขี่ของมือทุกระดับสบายๆ โดยไม่ต้องปรับแต่ง เบรกแรงๆ หรือ จิกพลิกเข้าโค้งได้แม่นๆ เลย ไม่เสียอาการ แรงบิดดันออกจากโค้งก็มีมากมายแม้จะเข้าเกียร์ผิด!! แต่ถ้ามารอบสูงๆ ตึงๆ ในโค้งแล้วเปิดคันเร่งกลางโค้งจนถึงออกจากโค้งก็น่ากลัวมากเช่นกัน ต้องอัพเกรดทั้งฝีมือขี่และกันสะบัดกันล่ะครับ… สำหรับ 20 นาทีในสนามพีระฯ  ก็คงจะพอได้เรื่องราวคร่าวๆ ตามนี้

สรุปกันหน่อย

Aprilia RSV4 1100 Factory เป็นรถที่มีพละกำลังมหาศาล ดุดัน แต่สมู้ท?? คือเร็วและแรงมาก แต่ในความรู้สึกกลับเหมือนไม่เร็ว ทั้งๆ ที่เร็วมาก งงไหม?? เพราะความสมู้ทและช่วงล่างที่ดีนั่นเอง น่าจะเป็นผลของ Winglet แบบรถแข่ง MotoGP ที่ติดตั้งมาช่วยในเรื่อง Downforce ด้วยล่ะมั้ง ทำให้มีแรงกดอากาศช่วยและสามารถแหวกความเร็วได้ดีขนาดนี้

RSV4 1100 FActory

การควบคุมต่างๆ ง่ายและเบาแรง คันเร่งและการ Quick Shifter โดดเด่นมากๆ ส่วนระบบเบรก การควบคุมเลี้ยว ช่วงล่าง ด้วยการทดสอบในช่วงสั้นๆ เบื้องต้น แทบไม่ต่างจาก RF รุ่นเดิมมากนัก

เก่ง MotoMotion ขอเดี่ยวๆ บ้าง

อาพริเลีย อาร์เอสวี4 1100 แฟคทอรี่ (Aprilia RSV4 1100 Factory) วางจำหน่ายในสี Atomico 6 กับราคา 1,449,000 บาท

ข้อสังเกต
  • เป็นรถที่เหมาะกับผู้มีทักษะและกำลังในการขับขี่พอสมควร
  • เบาะสูง คนขี่มีส่วนสูงต่ำกว่า 165 ถ้าไม่ชิน มีปัญหาแน่ๆ
  • ดีไซน์ของรถ แม้จะเป็นรุ่นใหม่แบบ All New แต่ดีไซน์ยังไม่ฉีกจาก RF รุ่นเดิมเท่าไหร่
  • คาลิปเปอร์ Brembo ที่ใช้งานได้ดีอยู่แล้ว แต่ถ้าใช้รุ่นสูงกว่านี้ติดมาก็จะดีเลย คนที่ซื้อไปจะได้ไม่ต้องเปลี่ยน
  • ไม่มีท่อดักลมคาร์บอนไฟเบอร์สำหรับระบายความร้อนของผ้าเบรกหน้าติดมา แบบที่เห็นในอินเตอร์เน็ต
  • บังโคลนหลังไม่ใช่คาร์บอนไฟเบอร์ ไม่เหมือนที่ให้มาในรุ่น RF โมเดลก่อนหน้า

  • ขอบคุณ : บริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) จำกัด
  • ขอบคุณ : รูปบางส่วนจาก “Superbike Magazine Online” และ “แทน โมโตครอส”

ติดตามข่าวสารประชาสัมพันธ์ของ Aprilia ได้ที่เฟซบุ๊ก ดังนี้ Aprilia Thailand และอินสตาแกรม Aprilia_thailand

ทดสอบ รีวิว Moto Guzzi V85TT คลิกตรงนี้

ยูทูปแชนแนล คลิปกิจกรรม รีวิว ทดสอบ ท่องเที่ยว และอื่นๆ คลิกดูและกดติดตามตรงนี้

คลิปทดสอบ Aprlilia RSV4 1100 Factory จะมีให้ชมเร็วๆ นี้ ต้องติดตามครับ

บทความและรูปถ่ายเป็นลิขสิทธิ์ ของ www.motomotionthailand.com การคัดลอก แก้ไข ทำซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตาม พรบ.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

11 − 7 =