[รีวิว]ทดสอบ 2020 Yamaha YZF-R1 ดีกว่าเดิมยังไง ทำไมมันดีจัง

0
รีวิว 2020 Yamaha YZF-R1

การทดสอบ 2020 Yamaha YZF-R1 ที่สนามช้างฯ หนึ่งในสนามแข่งขัน MotoGP  เป็นการทดสอบครั้งแรกในเอเชีย และเป็นครั้งที่ 2 ของโลก สุดจัดขนาดนี้ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด และ Yamaha Riders’ Club จัดให้ ขี่ดีไหม ตัวรถมีอะไรพิเศษมาดูเลย

R1 ออกสู่ตลาดโลกครั้งก็เมื่อปี 1998… เดี๋ยวๆ  ยาวไป!! ตัดมาที่ปี 2020 นี่เลย จากภายนอกที่เห็นก็แทบไม่ต่างจากโมเดลปี 2015-2019 จะมีก็แต่ไฟ Day Time ดีไซน์คล้ายๆ R6 ที่เพิ่มเข้ามาทำให้เห็นถึงความต่างและเด่นขึ้นซะด้วย โดยจะมี 2 โมเดลหลักๆ เช่นเคย คือ Standard เปิดราคาที่ 849,000 บาท และ M Spec เปิดราคาที่ 1,149,000 บาท

สเป็ค?….หาอ่านได้ทั่วไป แต่เราก็มีนะ ท้ายคอนเทนต์เลย มาดูว่ามีอะไรใหม่บ้างดีกว่า สำหรับโมเดล 2020 จะเน้นการพัฒนาสมรรถนะหรือ Performance ให้ดียิ่งขึ้นทุกส่วนไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ และระบบช่วงล่าง และเห็นว่าดีไซน์ภายนอกเหมือนเดิมนี่ จากข้อมูลเขาว่ามีการปรับเปลี่ยนให้มีหลักอากาศพลศาสตร์ที่ดีขึ้นนะ คือมีการต้านอากาศน้อยลงจากตัวเดิม

อ่อ! แล้วตัว M Spec มีการปรับชุดแฟริ่งที่ใช้ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์มากกว่าเดิม ตัว 2020 นี่ส่วนท้ายเป็นคาร์บอนแล้ว และถ้าเทียบในชิ้นส่วนเดียวกันกับปี 2019 ชิ้นคาร์บอนตัวใหม่นี้มีน้ำหนักที่เบากว่าเดิมด้วยนะ

เครื่องยนต์อัพเกรดใหม่กับม้า 200 ตัว

เครื่องยนต์มีการอัพเกรดหลายจุดมาก หลักๆ คือปรับปรุงไม่ให้สูญเสียกำลังในรอบกลางและสูง มีการปรับฝาสูบปรับใหม่ แคมชาร์ฟหรือเพลาลูกเบี้ยวใหม่มีองศาการกดไอดีไอเสียต่างจากเดิม กระเดื่องกดวาล์วก็ปรับใหม่ให้การยกหรือกดวาล์วมีความเสถียรมากขึ้นในรอบสูงๆ มีการวางตำแหน่งหัวฉีดในองศาใหม่ให้ฉีดตรงเข้าสู่ห้องเผาไหม้เลย

ปรับขยายและเพิ่มช่องทางเดินน้ำเพื่อหล่อเย็นในเสื้อสูบใหม่  ผลคือทำให้อุณหภูมิช่องไอเสียลดลง การเสียกำลังในรอบสูงก็ลดลงเช่นกัน  ปั้มน้ำมันเครื่องระบบโรเตอร์เพื่อปั้มน้ำมันไปหล่อลื่นเครื่องยนต์ก็ออกแบบใหม่ โดยลดขนาดโรเตอร์ลงเครื่องยนต์ก็จะสูญเสียกำลังในการปั่นปั้มน้อยลง แต่ประสิทธิภาพการปั้มน้ำมันเพื่อหล่อลื่นดีเช่นเดิม

เพิ่มขนาดแบริ่งแพลาข้อเหวี่ยงแต่ลดรูทางเดินน้ำมันเครื่อง เพื่อความกว้างที่น้ำมันเครื่องจะเกาะเป็นฟิล์ม แทนที่จะจับตัวกันหนา… มีการเพิ่มความหนาของเฟืองเกียร์ที่เกียร์ 2 และเพิ่มความหนาของโซ่ขับหรือโซ่ราวลิ้นใหม่ เพราะ?? ก็เครื่องแรงขึ้นการขับเคลื่อนก็ต้องสมู้ทและแข็งแรงขึ้นสิครับ แฮร่

แถมเป็นเครื่องยนต์ที่อัพเกรดใหม่นี้ยังผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro5 ด้วย มาตรฐานเดียวกับทวีปยุโรป ไส้กรองอากาศและท่อไอเสียจึงได้รับการปรับเปลี่ยนใหม่ด้วย จะบอกว่ารถเป็นสเป็คยุโรปก็ใช่อ่ะนะ ใครที่ชอบรถสเป็คยุโรปก็ Yamaha Bigbike นี่ล่ะ แรงๆ คลีนๆ เฟี้ยวเลย

คันเร่งไฟฟ้า APSG ไร้สาย 100%

หลายคงอาจ งงๆ และถามกลับมาว่า “อ้าว ก็โมเดลก่อนหน้าก็คันเร่งไฟฟ้าไม่ใช่เหรอ??” ผมก็ขอตอบว่า “ใช่ครับ” แต่คันเร่งไฟฟ้าหรือ Ride by Wide โมเดลก่อนยังมีสายเพื่อเชื่อมโยงกับเซ็นเซอร์ Yamaha Chip Controlled Throttle (YCC-T) คุมการเปิด/ปิดชุดลิ้นปีกผีเสื้ออีกทีมันจึงยังไม่สุด!!

โมเดลใหม่นี้ไม่มีสายสลิงแล้วครับ เป็นการอ่านค่าด้วยเซ็นเซอร์ APSG (Accelerator Position Sensor with Grip) ตรงๆ จากแฮนด์ส่งไปยัง YCC-T เลย ขั้นตอนการทำงานจึงเร็วและมีระยะที่สั้นลง อีกอย่างด้วยเซ็นเซ็น APSG ชุดสวิทซ์แฮนด์ด้านขวาจึงถอดแยกไม่ได้นะจ๊ะ

การที่มีคันเร่งไฟฟ้า 100% แบบนี้ นอกจากจะมีความเร็วในการสั่งงาน ยังเชื่อมต่อกับการทำงานของระบบอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ที่อยู่ในโมเดล 2020 นี้ด้วย

ระบบอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ เหมือนกับใน YZR-M1 รถแข่ง MotoGP

ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของปี 2020 จะทำงานสัมพันธ์กันทั้งหมดเป็นแพ็คเกจ โดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ มีดังนี้

  • APSG (Accelerator Position Sensor with Grip) คันเร่งไฟฟ้า
  • Engine Brake Management (EBM) ระบบควบคุมแรงเบรกของเครื่องยนต์ เป็นระบบใหม่ที่มีในปี 2020 ปรับได้ 3 ระดับ
  • Brake Control (BC) ระบบควบคุมแรงเบรกจากมาสเตอร์ปั้มเบรก(ปั้มบน)สู่คาลิปเปอร์(ปั้มล่าง) เพื่อให้แรงเบรกมีความเหมาะสมแม้ว่าจะอยู่ในขณะเอียงรถเข้าโค้งอยู่ก็ตาม ปรับได้ 2 ระดับ ทำงานร่วมกับระบบ ABS

  • ชิฟควบคุมการปิด/เปิดไอดีอัจฉริยะ YCC-I (Yamaha’s Chip Controlled Intake)
  • ตัววัดมุมเอียงรถ แบบ 6 แกน IMU (Inertial Measurement Unit) หรือ Gyro Sensor อ่านค่าตัวรถแบบ 3D เชื่อมกับ ECU คำนวณสั่งการระบบอิเล็กทรอนิกส์ช่วยขับขี่ต่างๆ ใน Yamaha Ride Control เป็น Package คือร่วมกันหลายระบบ (YRC) ให้ใช้งานได้เหมาะสมแบบเรียลไทม์ อาทิ Traction Control หรือ ABS

  • Power Delivery Mode (PWR) สามารถเลือกการส่งกำลังของเครื่องยนต์ได้ 4 ระดับ
  • Traction Control System (TCS) ระบบ Traction Control ปรับได้ 5 ระดับ(เท่าที่ผมเห็นบนเรือนไมล์นะ) อ่านค่าความสัมพันธ์การหมุนของล้อหน้า-หลัง ทั้งในขณะรถตั้งตรงและในขณะเอียงเข้าโค้ง
  • Slide Control System (SCS) ควบคุมการสไลด์ของล้อหลัง ในขณะเขาโค้งที่ใช้ความเร็วสูงและมีการเอียงของตัวรถมากๆ ให้เข้าโค้งไปได้เร็วและเนียน ปรับได้ 3 ระดับและปิดระบบได้

  • Lift Control System (LIF) ระบบควบคุมการยกของหน้ารถ หรือยกล้อนั่นล่ะครับ ใช้ควบคุมไม่ให้เกิดการยกล้อโดยไม่ตั้งใจ เช่นตอนเปิดคันเร่งออกจากโค้ง ทำให้รถมีความเสถียรและไม่เสียความเร็ว ปรับได้ 3 ระดับและปิดระบบได้
  • Launch Control System (LCS) ระบบช่วยในการออกตัว ปรับได้ 2 ระดับ และปิดระบบได้
  • Quick Shift System (QSS) ระบบ Quick Shift ที่ใช้ได้ทั้ง Up และ Down หรือทั้งเพิ่มและลดเกียร์ ปรับได้อีกด้วย โดย Up ปรับได้ 2 ระดับ และปิดระบบได้ และ Down ปรับไม่ได้แต่เลือกปิด/เปิดระบบได้

การทดสอบครั้งแรกในเอเชียที่สนามระดับโลก

การทดสอบครั้งนี้ถือว่า Exclusive มาก เพราะเป็นการทดสอบครั้งแรกในเอเชีย และเป็นการทดสอบครั้งที่ 2 ของโลก ก็ต้องยกเครดิตทั้งหมดให้แก่ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด และ Yamaha Riders’ Club ที่ไปคว้า 2020 Yamaha YZF-R1 จำนวน 10 กว่าคันข้ามน้ำข้าทะเลมาให้สัมผัสก่อนใคร และแน่นอนสนามทดสอบที่คู่ควรก็ต้องเป็นสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต สนามที่เพิ่งจะจัดแข่งขัน MotoGP ไปก่อนหน้าวันทดสอบครั้งนี้เพียง 1 สัปดาห์!!

สื่อมวลชนและ Youtuber รวมกว่า 40 ชีวิตที่จะลงขับขี่ เยอะจนต้องมีการจัดกลุ่มกันก่อน โดยแบ่งเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มนึงจะขี่ 2 Session โดย Session แรกจะมีการเข้ามาปรับเปลี่ยนโหมดขับขี่เพื่อให้เห็นความแตกต่าง และใน Session ที่ 2 จะให้ผู้ทดสอบเลือกเองว่าจะขี่โหมดอะไร และจะปรับอะไรก็สามารถทำได้

ผมอยู่ในกลุ่มที่ 4 ก็ต้องรอกันนิดนึง ระหว่างรอก็ตื่นเต้นสิครับ ตัวผมเองได้ขี่ R1 ครั้งล่าสุดก็ต้องย้อนไปหลายปี ตั้งแต่โฉม 2003 โฉม 2012(เอเลี่ยน) และที่ดีที่สุดคือเคยได้สัมผัสโฉม 2017 มาบ้าง(โมเดลก่อนหน้า) นั่นเพื่อจับความต่าง แม้ฟีลลิ่งที่เคยสัมผัสนั้นจะเลือนราง แต่บุคลิกหลักๆ ของแต่ระรุ่นนั่นคือสิ่งที่ผมมักจะจำได้

หวดกันเลย กับความต่างของ Yamaha Ride Control

ถึงคิวแล้วลงไปหวดกันเลย รถทุกคันถูกตั้ง YRC ที่โหมด A โดยแพ็คเกจระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ดังนี้ PWR = 2, TCS = 5, SCS = 2, LCS = Off, QS up = 1, QS Down = On, LIF = 2, EBM = 3, BC = 1

การขี่ไม่ถึงกับเร็วเท่าไหร่ แต่ก็พอรู้ได้ว่า กำลังเครื่องสมู้ทดี ตำแหน่งโพสิชั่นการขับขี่เหมือนจะต่างกับโมเดลก่อนหน้า อันนี้ผมก็ไม่รู้ว่าตำแหน่งแฮนด์ ถังน้ำมันเชื้อเพลิง เบาะนั่ง และพักเท้า มีการปรับองศาไปบ้างไหมนะ ความรู้สึกคือนั่งสบายกว่าเดิม

ส่วนตัวจำได้ว่า R1 มีท่านั่งที่น่าจะใกล้ตัวแข่งมาก คืออยู่ในท่ายองๆ ขี่ แทบจะมากที่สุดในรถสปอร์ตคลาสพันแล้วละ แต่โมเดลใหม่นี้กลับรู้สึกสบายขึ้น แถมรถยังเลี้ยวง่ายกว่าเดิมจริงๆ นะ … ใน 2 รอบแรกกับโหมดขับขี่ A เป็นไปแบบนุ่มนวล บอกตรงๆ ว่า 2 รอบสนามแบบไม่เต็มคันเร่ง กับระบบระบบอิเล็กทรอนิกส์ ใหม่ที่เพิ่มเข้ามา ยังไม่เห็นความต่างมากนัก

เข้ามาปรับโหมดเป็นโหมด B ค่าต่างๆ ก็เปลี่ยนเป็น PWR = 1, TCS = 5, SCS = 2, LCS = Off, QS up = 1, QS Down = On, LIF = 2, EBM = 1, BC = 2  แล้วลองใหม่ “พี่เป็ด-วรวุฒิ พุธโธ” มาร์แชลขี่นำทดสอบก็เพิ่มความเร็วขึ้น เช่นเดียวกับ บุคลิกของเครื่องยนต์ที่เปลี่ยนไป!!

ใช่ครับมันเร้าใจมากขึ้น ตั้งแต่ออกจากพิทสู่ทางตรงยาวก่อนโค้ง 3 อัตราเร่งมีพลังมากกว่าเดิมชัดเจน บุคลิกหรือจังหวะการทำงานของเครื่องยนต์ CP4 ที่ฟีลลิ่งคล้ายๆ เครื่อง V4 ก็ยังมีให้รู้สึก ผมไล่เกียร์สูงขึ้นตามรอบเครื่องที่กวาดไปแตะเรดไลน์ Quick shifter แม่น ไว นิ่มด้วย

สุดทางตรงผมเชนเกียร์ลงทีละเกียร์อย่างเคยๆ แต่ครั้งนี้ในแต่ละเกียร์ที่เชนลงรถมันไหล??? แถม Engine Brake ก็ไม่ดึงจนอื้ออึงด้วย แต่ยังมีอยู่นะ แต่สมู้ทมาก ทำให้การไหลเข้าโค้งเร็วขึ้น จะบอกว่าเลี้ยวง่ายขึ้นด้วยนะ เป็นความเปลี่ยนที่ชัดขึ้นหลังการปรับโหมดใหม่ รอบนี้พอได้เห็นความต่าง แต่ในการทดสอบยังเน้นความปลอดภัย มาร์แชลควบคุมความเร็วในการทดสอบ ทั้งทางตรง ทางโค้ง จุดเบรก จึงยังไม่สุด แอบเสียดาย

Session 2 ได้ลองให้ชัดเจน แต่!!

วนจนมาถึง Session ที่ 2 ของกลุ่มผม รอบนี้ออกไปขี่โดยสามารถปรับตั้งค่าได้เอง แต่ผมก็เลือกโหมด B เหมือนที่ขี่ใน Session แรก ซึ่งให้กำลังเครื่องยนต์สูงสุด (PWR = 1) เอ็นจิ้นเบรกบางสุด (EBM = 3) และการควบคุมเบรกก็น้อยสุด (BC = 2) ซึ่งระบบต่างๆ ที่รวมอยู่ใน YRC สามารถปรับตั้งค่า Custom ได้เองตามใจชอบ

ทันทีที่ออกจากพิท ผมก็เร่งเลย แต่มาร์แชลยังรักษาความเร็วให้เกิดความปลอดภัยเป็นหลัก เลยยังไม่ค่อยสุดนักอีกแล้ว ผ่านสู่รอบที่ 2 และ 3  ก็เร็วขึ้นอีกนิด ทำให้สามารถกดความเร็วทางตรงยาวได้บ้างเพื่อลองระบบ EBM ความเร็วที่ผมทำได้ 280+ หน่อยๆ ยังไม่สุด เพราะออกจากโค้ง 1 แบบตามๆ กันมาด้วยความไม่เร็วมากนัก และเบรกก่อนถึงจุดเบรกที่โค้ง 3 ของผมพอสมควร แต่

EBM ไหลๆ ไม่คุ้นอาจเหวอเล็กๆ แต่จะชอบนะ คอนเฟิร์ม

ที่จุดเบรกจุดยกนั้นผมได้ลอง “รวบเกียร์” แบบไม่ต้องกำคลัทช์ก็พบว่าระบบ EBM ทำให้ Engine Brake ไม่ดึงหนักนัก สมู้ทมาก อาการเหมือนแบบปิดคันเร่งสุดแต่ชุดลิ้นปีกผีเสื้อยังเปิดเพื่อป้อนไอดีอยู่นิดๆ เลี้ยงให้เกิดความสมดุลอย่างสูงสุด ว้าววววว  แล้วก็ไหลไปจนถึงจะเลี้ยวรถ ผมคุมด้วยเบรกหน้าจนจุ่มไปในมุมเอียง โดยยังบังคับรถให้เลี้ยวได้ ปล่อยเบรกลีนเข้าโค้งไปอย่างง่ายดาย เฮ้ย!! คือดีอ่ะ อีกอย่างที่ชอบเลยคือยางติดรถคู่ใหม่เป็น Bridgestone RS11 ในสนามถือว่าแจ่มเลย

การเดินคันเร่งในโค้งไปจนออกโค้งก็ดีเลยล่ะ “เนียน” ยังไม่เจออการอึกๆอักๆ เวลาเราค่อยๆ เติมคันเร่งในโค้ง หรือแม้แต่ยกคันเร่งแต่งไลน์ในโค้งก็ด้วย ต้องยกความดีให้ความละเอียดของคันเร่งไฟฟ้า ที่ยามาฮ่าเขาทำมาดี

Conclusion

ผมขี่จนครบเวลาและเข้ามาในพิท ด้วยความประทับใจหลายๆ อย่าง จนต้องรีบลำดับหรือมาร์คไว้ในหัว เพื่อมาเขียนรีวิวครั้งนี้  กำลังเครื่องยนต์ที่มีความ Aggressive แต่ไม่โหดร้ายจนเหนื่อย รถพุ่งเร็วแรง แต่ทุกอย่างอยู่ในการควบคุม ง่ายๆ คือมือใหม่ก็มันส์กับ R1 ได้ ผสานเสียงจากท่อไอเสียเดิมๆ ให้ความเร้าใจ ตื่นเต้น(ท่อไอเสียใหม่รับ Euro 5 นะ) ผสานการต่อกำลังด้วย Quick Shifter สมู้ทและสนุกมาก ไม่ต้องขี่ระดับโปรฯ ก็สามารถขี่ R1 ได้สนุกมาก รถขี่ง่าย เป็นมิตรเลยล่ะ แต่ถ้าคุณมีทักษะท่วมๆ หรือเป็นนักแข่ง คุณจะยิ่งค้นพบความเจ๋งของระบบที่ให้มา

ที่น่าสนใจคือระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มเข้ามาทั้ง Engine Brake Management (EBM) และ Brake Control (BC) รวมไปถึงคันเร่งไฟฟ้า APSG ที่ให้มาใหม่ทำงานได้ยอดเยี่ยมมาก ต่างจากโมเดลเดิมแน่นอน

ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ผสานการทำงานกันในรูปแบบแพ็คเกจก็ถือว่าดีมาก จากประสบการณ์ส่วนตัวผม จะคุ้นเคยระบบพวกนี้ในรถสปอร์ตจากยุโรป เพราะทดสอบมาเกือบทุกรุ่นตั้งแต่ก่อนและเริ่มมีระบบแพ็คเกจพวกนี้เข้ามา ซึ่งของยุโรปเขาทำได้ดีมากๆ แต่มาเจอ R1 โมเดลนี้ ต้องชม R1 ว่าไม่แพ้ใครแน่นอนเชื่อได้เลย

2020 Yamaha YZF-R1 เปิดราคาที่ 849,000 บาท

2020 Yamaha YZF-R1M เปิดราคาที่ 1,149,000 บาท

และความพิเศษของการเป็นลูกค้า Yamaha Riders Club ที่โดดเด่นมากๆ โดยเฉพาะในรถสปอร์ตกลุ่ม R Series คือการเป็นครอบครัว  และงาน Track Day รวมถึงการแข่งขันที่จัดให้นั้น เป็นเวทีของมือใหม่ เป็นเวทีของลูกค้าจริงๆ คนที่มาร่วมกิจกรรมรู้จักกันแทบทุกคน ช่วยเหลือกัน และหลายๆ คนมาเป็นครอบครัวลูกเล็กเด็กแดงมาร่วมกิจกรรมกันหมดบ้าน เหมือนมามีตติ้งนี่ถ้ามีชุดหมูกระทะก็นึกว่ามาแคมป์ปิ้งกัน น่ารักจริงๆ ผมเห็นมากับตา เชื่อเถอะ!!

ข้อสังเกต

และด้วยระบบ EBM ที่ไหลได้ลึกๆ  ถ้าอัพเกรดคาลิปเปอร์หน้าที่มีเพอร์ฟอร์แมนซ์สูงขึ้นก็จะยิ่งดี (โดยระบบ EC ร่วมกับ ABS นั้นดีอยู่แล้ว)

Specification 2020 Yamaha YZF-R1

เครื่องยนต์ Crossplane Crankshaft (CP4)  998 ซีซี DOHC 16 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ

กระบอกสูบ x ช่วงชัก  = 79 x 50.9 mm

อัตราส่วนกำลังอัด 13.0 : 1

ให้กำลังสูงสุด 200 แรงม้าที่ 13,500 รอบ/นาที

ให้แรงบิดสูงสุด 113.3 นิวตันเมตรที่ 11,500 รอบ/นาที

ถังน้ำมันเชื้อเพลิงจุ 17 ลิตร

ล้อยางหน้า 120/70ZR17 ล้อยางหลัง 190/55ZR17

ความสูงถึงเบาะ 855 มม.

น้ำหนักรถรวมของเหลวพร้อมขี่ 201 กิโลกรัม

Special Thank : บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด , Yamaha Riders’ Club

คลิปทดสอบ คลิกเลย

คลิกดู R1 206 แรงม้า

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here